บอร์ดดีอี อนุมัติแผนพัฒนาประเทศด้วยดิจิทัลระยะกลาง 5 ปี หวังดันจีดีพีด้านไอทีเพิ่ม 18%

บอร์ดดีอี อนุมัติแผนพัฒนาประเทศด้วยดิจิทัลระยะกลาง 5 ปี (2560-2564) เน้นเพิ่มขีดความสามารถบนเวทีโลก-หวังจีดีพีเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่ม 18% พร้อมสั่งทุกหน่วยงานรัฐยึดแผนเดียวกัน ย้ำต้องทำตัวชี้วัดส่งรายปีให้บรรลุเป้าหมาย

 

พล.อ.อ. ประจิน  จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ การเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้เห็นลงมติเห็นชอบ (ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนารายยุทธศาสตร์ ตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ.2560-2564) โดยแผนปฏิบัติการนี้จะเป็นแผนยุทธศาสตร์ของประเทศระดับกลาง ที่มีการแยกออกมาจากแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระยะยาว 20 ปี ไปสู่การปฏิบัติในระยะ 5 ปี และจะใช้เป็นแผนอ้างอิงสำหรับหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ 

 

ทั้งนี้ ร่างแผนปฏิบัติการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 3 ส่วน คือ 1. เพื่อกำหนดกิจกรรมที่ต้องมีการดำเนินงานในระยะสั้น (ภายใน 1 ปี 6 เดือน) และระยะกลาง (ภายใน 5 ปี) และแนวทางการจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำเนินกิจกรรม 2.เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทุกภาคส่วนกิดการทำงานอย่างมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน และ 3.เพื่อให้มีเป้าหมายและตัวชี้วัดการพัฒนาที่สามารถนำมาใช้ในการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องรายปี จะต้องมีกลไกนโยบายที่ทำงานร่วมกันกับหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 

 

สำหรับเป้าหมายและตัวชี้วัดของแผนปฏิบัติการ กำหนดไว้ 4 เป้าหมาย คือ 1. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก โดยให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาสูงสุด 25 อันดับแรก และมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานให้ดีขึ้นเป็น 35 อันดับแรก รวมถึงสัดส่วนมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลต่อจีดีพีต้องเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 18.2%  ส่วนเป้าหมายที่ 2 คือ การสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางสังคม เข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไม่น้อยกว่า 93% 

 

 

ส่วนเป้าหมายที่ 3 คือ มีการพัฒนาทุนมนุษย์สู่ยุคดิจิทัล โดยประชา 50% มี ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ สัดส่วนการจ้างงานบุคลากรด้านดิจิทัลต่อการจ้างงานทั้งหมดเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว 3% และ 4.มีการปฏิรูปภาครัฐ โดยการเปิดเผยข้อมูลดีขึ้น 10 อันดับ และคะแนนการให้บริการออนไลน์ จากการจัดอันดับของ UN e-Government ranking ดีขึ้นไม่น้อยกว่า 25% ซึ่งจากเป้าหมายดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่การเป็นดิจิทัลไทยแลนด์และไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างเต็มรูปแบบ

 

นอกจากนี้ในส่วนของการจัดทำบัตรคิวนั้น กระทรวงดีอี ได้มอบหมายให้สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีจีเอ จะร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค เกี่ยวกับการจัดทำบัตรคิวออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ต้องการเดินทางเข้ามาลงนามแสดงความอาลัย และถวายสักการะ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งลงมา

       

 

ทั้งนี้ จะต้องมีการวางแผนดำเนินการจัดทำระบบที่รอบคอบ เนื่องจากคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมจำนวนมากกว่า 30 ล้านคน จึงมีแนวคิดที่จะให้มีการลงทะเบียนออนไลน์ด้วยบัตรประจำตัวประชาชนเพื่ออกบัตรคิวการเข้าถวายความอาลัย ซึ่งจะระบุวันที่และช่วงเวลา เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบและไม่เกิดการมายืนรอเป็นเวลานาน ซึ่งในต่างจังหวัดนั้นอาจใช้วิธีให้ศูนย์บริการประชาชนเป็นจุดการลงทะเบียน อาทิ อบต. ที่ว่าการอำเภอ ศาลากลางจังหวัด เป็นต้น

       

 

"ต้องวางระบบของการจัดทำบัตรคิวออนไลน์อย่างรัดกุม เนื่องจากต้องคำนึงถึงหลายๆ ปัญหาที่จะเกิดขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการป้องกนบัตรปลอม ต้องมีระบบตรวจสอบตัวตนที่แน่ชัด การรองรับหากผู้ที่ได้รับบัตรคิว ไม่สามารถมาตามวันเวลานั้นได้ การเลื่อนวันเวลา สิ่งเหล่านี้ค่อนข้างละเอียด และเป็นระบบจัดการที่ค่อนข้างใหญ่"

Share this Article: