บอร์ดกสท. ตอบกลับรัฐบาลตั้งทีวีประชารัฐ พร้อมเปิดเผยรายได้ทีวีดิจิตอลปีแรก 57

บอร์ดกสท. ตอบกลับรัฐบาลตั้งทีวีประชารัฐ ขอรายละเอียดเพิ่ม แนะกรณีเร่งโครงการให้สั่งเครือข่ายช่องทหาร-เอกชน พีอาร์ก่อน ขณะที่ ดร.นที เปิดเผยรายได้ทีวีดิจิตอลปีแรก 2557 ผลออกมาดี เชื่อผลประกอบการในปีที่ 2 ก็ต้องดีเช่นกัน ชี้ข้อมูลจาก กสทช.ถูกต้องที่สุด

ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ที่ประชุมกรรมการกสท. เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2559 ได้เห็นชอบตอบกลับหนังสือไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดให้มีช่องโทรทัศน์ประชารัฐ ด้วยเห็นว่า การจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ใหม่ จำเป็นต้องมีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสถานี บุคลากร และงบประมาณในการดำเนินการ ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบ จึงขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังกล่าว เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะ 

ทั้งนี้ การเผยแพร่ข้อมูลประชาสัมพันธ์ในการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินในระยะสั้น อาจดำเนินการเผยแพร่ผ่านทางช่องรายการของภาครัฐ อาทิ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ,สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ,สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา หรือขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาคเอกชน ซึ่งสามารถตอบสนองนโยบายภาครัฐได้ทันที

นอกจากนี้ ที่ประชุม กสท. มอบหมายให้สำนักงาน กสทช.  นำเรื่องการแก้ไขปัญหาและเยียวยาความเสียหายของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ กลับไปพิจารณาเพิ่มเติม แล้วนำเสนอที่ประชุมอีกครั้ง

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการ กสท. ได้โพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ @DrNateeDigital ระบุว่า สำนักงาน กสทช. สรุปผลการยื่นชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ปี 2558 ซึ่งเป็นการประกอบกิจการในปี 2557 เสนอต่อที่ประชุม กสท. มีรายได้รวมของการประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิตอลเป็นจำนวนทั้งสิ้น 11,335 ล้านบาท โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจ คือมีช่องดิจิตอลบางรายมีผลประกอบกิจการที่ค่อนข้างดี มี3 ช่อง ที่มีรายได้จากการประกอบกิจการมากกว่า 1,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ ใน 3 ช่อง เป็นผู้ประกอบกิจการรายเดิม 2 ช่อง (ช่อง 33 และ 35) แต่ก็ยังมีหนึ่งช่องรายการที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบกิจการรายใหม่ (ช่อง 23) ส่วนช่องทีวีดิจิตอลที่มีรายได้ปีแรกกว่า 500 ล้านบาท มี 4 ราย สำหรับรายได้ปีแรก 400-500 ล้านบาท มี 3 ราย และอีก 2 ราย มีรายได้ปีแรก 300-400 ล้านบาท จะเห็นได้ว่า แม้จะเป็นการประกอบกิจการในปีแรกซึ่งเป็นการเริ่มต้นการประกอบกิจการของทุกราย แต่ก็มีหลายช่องที่เริ่มสร้างความแตกต่าง

นอกจากสัดส่วนผู้ชมของช่องดิจิตอลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกเดือนตามรายงานที่สำนักงาน กสทช. ได้วิเคราะห์และนำเสนอต่อที่ประชุม ข้อมูลที่มาจากการจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตย่อมเป็นข้อมูลที่มีความชัดเจน เป็นข้อมูลเดียวกับที่ทีวีดิจิตอลนำใช้เพื่อนำส่งภาษีต่อสรรพากร แม้จะเป็นผลประกอบกิจการในปีแรกของกระบวนการเปลี่ยนผ่าน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าอย่างรวดเร็วในการดำเนินการของช่องดิจิตอล

ส่วนในปีที่ 2 มีความคืบหน้าชัดเจนกว่า โดยเฉพาะสัดส่วนจำนวนผู้ชมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของช่องทีวีดิจิตอล จึงมีความน่าสนใจ ตนคิดว่าข้อสรุปในปี 2559  จะเป็นข้อมูลที่มีความชัดเจนและน่าสนใจมากกว่าที่เห็นในกรณีปี 2558 

Share this Article:

ADVERTISMENT