ทำความรู้จัก Wi-Fi 802.11 AC Wave2 และ MU-MIMO ไวไฟใหม่เร็วจี๊ดดด!

มาตรฐานไวไฟใหม่ เร็วขึ้น 2 เท่า เพื่อรองรับการใช้งานสุดโหดในอนาคต!

เราคงได้เห็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายไร้สายหลายๆแบรนด์มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ Access Point ที่รองรับมาตรฐาน 802.11AC Wave 2 กันมาซักระยะหนึ่งแล้ว โดยส่วนใหญ่จะนำเสนอถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาก สูงสุดถึ 2.3Gbps! ซึ่งจริงๆแล้ว นอกเหนือจากความเร็ว(ตามทฤษฎี)ที่สูงขึ้นมากแล้ว 802.11AC Wave2 ยังมีประโยชน์อย่างอื่น วันนี้ทีมงาน adslthailand ได้ไปหาข้อมูลและเรียบเรียงมานำเสนอในแบบที่เข้าใจได้ง่ายมาให้อ่านกันครับ

 จุดเด่นของ 802.11AC Wave 2

เร็วขึ้นสองเท่า!

802.11AC Wave2 ใช้ Channel Width กว้างขึ้นเป็น 160MHzสามารถมีความเร็ว (Physical Rate) สูงสุดที่ 2.3Gbps (3 Spatial Stream) และ 3.4Gbps (4 Spatial Stream) เปรียบเทียบกับ 802.11AC เดิม ที่ใช้ Channel Width สูงสุดที่ 80MHz จึงทำให้มีความเร็วสุงสุดเพียง1.3Gbps และไม่สามารถมี Spatial Stream ที่ 4 ได้ 

 

** อันนี้คือ Physical Rate หรือความเร็วที่สามารถเชื่อมต่อได้นะครับ แต่ความเร็วจริงๆในการใช้งาน มักจะอยู่ราว 50-60% ของความเร็ว Physical นี้ ในตารางด้านล่างจะอยู่ในช่อง MAC Thru-put ครับ

 


*ข้อมูลจาก  Cisco.com

 ** การใช้งาน 802.11AC Wave2 ถ้าเราตั้งค่าให้ใช้ Channel Width กว้างถึง 160MHz นั้นก็จะส่งผลให้ Channel ที่ไม่ซ้อนทับกันลดลงเหลือเพียง 2-3 Channel เท่านั้น ดังนั้นควรตั้งค่า Channel Width ให้เหมาะสมกับสถานที่ติดตั้ง เช่นหากนำไปใช้งานที่บ้านหรือสำนักงานขนาดเล็ก ก็ใช้ Channel Width กว้างเต็มที่ได้เลย แต่หากมีการใช้งานในพื้นที่ที่มีการใช้ WiFi อย่างหนาแน่น ก็มีคำแนะนำให้ Channel Width ให้แคบลง เพื่อเพิ่ม Channel ในการใข้งานให้มากขึ้น และช่วยลดค่า Interference ได้

รองรับ User ได้พร้อมกันมากขึ้น ด้วย MU-MIMO และ Beamforming

ฟีเจอร์เด็ดสุดของ 802.11AC Wave2 ไม่ได้อยู่ที่เรื่องของความเร็วครับ แต่อยู่ที่เทคโนโลยี MU-MIMO (Multi User - MIMO) ที่จะช่วย AP สามารถส่งข้อมูลไปให้ User ได้พร้อมๆกันหลายๆคน ต่างจาก 802.11AC ที่ทำงานแบบ SU-MIMO (Single User - MIMO) จะสามารถส่งข้อมูลให้ User ได้ทีละ 1 เครื่องเท่านั้น ซึ่งเมื่อมี User ใช้งานพร้อมกันมากขึ้น Throughput โดยรวมของเครือข่ายจะลดลงอย่างมาก แต่ด้วย MU-MIMO จะช่วยให้ Thoughput โดยรวมของระบบเพิ่มขึ้นตามทฤษฎีถึง 3 เท่า

** ความเร็วที่ใช้เคลมกันทางการตลาดนั้น มักหมายถึงเมื่อใช้งานคนเดียวเปลี่ยวๆเลยนะครับท่านผู้ชม แต่ในการใช้งานจริง โดยเฉพาะ AP  ระดับ Enterprise ต้องมาวัดกันที่การจัดการ Radio เมื่อมี User เพิ่มขึ้นครับ

การทำงานของ MU-MIMO และ Beamforming เล่าสั้นๆคือการใช้การสะท้อนของคลื่น (Souning) ที่จะเกิดขึ้นเมื่อสัญญาณไปกระทบกับวัตถุต่างๆ ซึ่งปกติแล้วมันก็คือ Noise หรือสัญญาณรบกวน แต่ MU-MIMO จะทำงานร่วมกับ User ที่รองรับ MU-MIMO เพื่อสร้าง ID ของชุดสัญญาณ จากนั้นก็ส่งส่งสัญญาณแยกออกมาให้ User แต่ละคน และสามารถส่งให้ได้หลายๆคนพร้อมกัน จึงทำให้สามารถเพิ่ม Throughput ของระบบได้ ไม่จำเป็นต้องรอเพื่อส่งที่ละ User เหมือนเดิมนั่นเอง

ข้อแม้ของการที่จะได้รับประโยชน์จาก MU-MIMO อย่างเต็มที่มีดังต่อไปนี้ 

- MU-MIMO เป็นส่วนขยายของ 802.11AC ซึ่งจะทำงานเฉพาะบนย่านความถี่ 5GHz เท่านั้น

- MU-MIMO รองรับการส่งข้อมูลพร้อมๆกันได้ 4 เครื่อง

- ทั้ง AP และ Device ต้องรองรับ MU-MIMO ถึงจะทำงานได้

- ใน 1 AP ต้องมี User ที่รองรับ MU-MIMO อย่างน้อย 2 เครื่อง ถึงจะเห็นประสิทธิภาพของ MU-MIMO

- MU-MIMO ทำงานเฉพาะฝั่ง Downlink หรือจาก AP ไปยัง User เท่านั้น ฝั่ง Uplink ต้องมาตรฐานหน้านะแจ๊ะ

- MU-MIMO ทำงานได้ดีเมื่อความเข้มของสัญญาณระหว่าง AP - User ค่อนข้างสูง เท่านั้น ถ้าอยู่ไกล AP เกินไป ก็ไม่ค่อยมีประโยชน์เช่นกัน

- MU-MIMO ไม่ช่วยเพิ่มระยะการทำงานของ WiFi ครับ

ผล Lab Test 

จากกร๊าฟด้านบน แต่ละสีคือผลของ AP 5รุ่น เส้นบนสุดคือ Performance ของ 802.11AC Wave 2 ส่วนอีก 4 เส้นเป็นผลของ 802.11AC ซึ่งจะสังเกตุได้ชัดเจนว่า ด้วย MU-MIMO จะช่วยให้ Throughput รวมต่อ AP จะมีอัตราการลดลงต่ำกว่าเมื่อมี User เข้าใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อุปกรณ์ที่รองรับ

อย่างที่เรียนไปแล้ว 802.11AC Wave2 จะทำงานได้ ก็ต้องมี User หรือ Device ที่รองรับ 802.11AC Wave2 หรือ MU-MIMO เท่านั้น ซึ่งตอนนี้ในท้องตลาดก็มีอุปกรณ์รุ่นใหม่ค่อยๆทะยอยรองรับมาตรฐานนี้ออกมาเรื่อยๆ โดยเท่าที่ผู้เขียนสืบค้นมา ส่วนใหญ่จะระบุว่ารองรับ WiFi a/b/g/n/ac MU-MIMO ให้ดูที่ MU-MIMO เป็นสำคัญถ้ามีก็แปลว่ารองรับ AC Wave 2 ล่ะครับ ซึ่งอาจจะรองรับ 80MHz หรือ 160MHz ก็ว่ากันไปครับผม

สรุป... เทคโนโลยี 802.11AC Wave2 น่าจะเข้ามาแทนที่ 802.11AC ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งหากท่านมีความจำเป็นต้องใช้งานพร้อมๆกันหลายๆคนที่บ้าน หรือสำหรับสำนักางานต่างๆที่มีผู้ใช้หนาแน่น ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ต้องการความเร็วระดับ Gigabit บน Wi-Fi แต่ด้วย MU-MIMO ผมเชื่อว่าเมื่อ Device รองรับมากขึ้น เราจะได้เห็นประโยชน์ของมันอย่างชัดเจนแน่นอน

ที่มา  :

CISCO.com

-  http://www.smallnetbuilder.com/wireless/wireless-features/32898-is-mu-mimo-ready-for-prime-time

http://www.techrepublic.com

Share this Article:

ADVERTISMENT