ทดสอบจริง 5G ความเร็วทะลุ 3 Gbps ที่ San Francisco ผสานคลื่นความถี่ 800 MHz และ 28 GHz (mmWave)

Qualcomm ได้ทำการทดสอบซิปที่รับรองโครงข่าย 5G ในสภาพการทำงานจริง ซึ่งได้จัดแสดงในงาน Mobile World Congress ครั้งที่ผ่านมา ทำให้เห็นโลกอินเตอร์เน็ตบนมือถือในยุดถัดไปอย่างได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น

ได้ทำการทดสอบที่ Frankfurt และ San Fransisco โดยติดตั้งโครงข่าย 5G และการได้รับการสนับสนุนคลื่นความถี่เป็นกรณีพิเศษ โดยมีการทดสอบ 3 แบบ คือโครงข่ายที่ทำงานกันของระบบ LTE และ 5G ได้ในเวลาเดียวกัน , ทดสอบโครงข่ายที่รับรอง 5G NR (New Radio) และโครงข่ายที่รอบ LTE

ซึ่ง 2 เมืองนี้มีสภาพภูมิประเทศที่มีความแตกต่างกัน

ความถี่ที่ Frankfurt ใช้คือ คลื่นความถี่ 3.5 GHz ขนาด 100 เมกะเฮิร์ตซ ที่รองรับระบบ LTE และ 5G โดยทำการติดตั้งอุปกรณ์ 5G บนอาคารสูง 256 แห่ง บริเวณจุดเดี่ยวกับระบบ LTE กับจำนวนเครื่องทดสอบทั้งหมดอยู่ที่ 13,000 เครื่อง


ผลของการทดสอบ คือ 5G NR Sub-6 GHz สามารถทำความเร็วได้สูงถึง 717 Mbps รองรับคุณภาพสตรีมวิดีโอ การรับส่ง 8K resolution, 120 fps framerate รับส่งข้อมูล DL ที่ 369 Mbps ซึ่งจะช่วยให้สามารถเล่นวิดีโอได้สูงสุด 100% สามารถรับ-ส่งอุปกรณ์ด้วยความเร็ว 5 เท่า ระบบคลาวด์ OTT ทำให้เพิ่มประสบการณ์ของผู้บริโภคที่ใช้ระบบเดิม 4G LTE ในปัจจุบัน 

ความถี่ที่ San Francisco ใช้คือ คลื่นความถี่ คลื่นความถี่ 800 MHz จากคลื่นความถี่ 28 GHz mmWave บบคลื่นความถี่สูง (8x 100 MHz bandwidth) ที่รองรับระบบ Gigabit LTE ชนิด LAA (License Assisted Access) มาสนับสนุน โดยมีการติดคั้งโครงข่าย NR 5G ร่วมกับโครงข่าย 4G LTE ที่ใช้งานในปัจจุบัน

จากการทดลองสามารถใช้งานได้จริงโดยมีความเร็วเกิน 5 เท่า จากที่ใช้โครงข่าย 4G LTE จาก 2,702 Mbps เพิ่มเป็น 13,873 Mbps เมื่อใช้โครงข่ายผสม 4G LTE และ 5G NR

ในอดีตความถี่สูงที่เป็นหน่วย mmWave ไม่สามารถนำมาใช้งานได้เนื่องจากตัวคลื่นไม่สามารถทะลวงตัวตึกได้ได้เพราะเกิดความสูญเสียของการส่งพลังงาน ทาง Qualcomm ใช้เวลาในหลายปีในการแก้ปัญหาดังกล่าว

ผลการทดสอบของการใช้คลื่น mmWave บนเทคโนโลยี 5G NR ผสมกับการใช้ 4G LTE ในเขตเมืองเพื่อให้สามารถใช้งานได้จริงๆ เนื่องจากการใช้ 4G LTE เป็นคลื่นในการคุ้มครองทำให้คลื่นความถี่สูง mmWave มีความสามารถทะลุอาคารในเขตเมืองได้ และตัวคลื่นความถี่สูง mmWave ยังใช้งานได้ดีในพื้นโล่งแจ้ง

ผลคือ คลื่นความถี่สูงสามารถดาวน์โหลดด้วยความเร็ว 3 Gbps ในเวลาดาวน์โหลดต่ำถึงมิลลิวินาที

Browsing download speeds สามารถทำความเร็วได้ถึง 71 Mbps สำหรับผู้ใช้ 4G โดยเฉลี่ยอยู่ที่ถึง 1.4 Gbps สำหรับผู้ใช้ 5G ที่ใช้คลื่นความถี่ mmWave โดยเฉลี่ย เพิ่มขึ้นประมาณ 20 - 23 เท่า

File download speeds ความเร็วในการดาวน์โหลดไฟล์ บนโครงข่าย 5G มากกว่า 186 Mbps เร็วกว่า 4G จำนวน 18 เท่า

Median streaming video คุณภาพวิดีโอสตรีมมิ่งบนโครงข่าย 4G ทำได้เพียง ระดับคุณภาพ 2K / 30 FPS / 8 bit ส่วนโครงข่าย 5G ทำได้เพียง ระดับคุณภาพ 8K / 120 FPS / 10-bit color

ล่าสุดผู้ประกอบการ 18 รายทั่วโลกและผู้ผลิตอุปกรณ์ชั้นนำ 20 ราย ได้เลือก Qualcomm Snapdragon X50 5G เพื่อนำไปใช้งานกับโครงข่าย 5G อุปกรณ์ของผู้บริโภค ซึ่งหากให้สมาร์ทโฟนใช้ซิปดังกล่าวจะทำให้ ใช้โครงข่าย 4G LTE จาก 2,702 Mbps เพิ่มเป็น 13,873 Mbps เมื่อใช้โครงข่ายผสม 4G LTE และ 5G NR

ข้อมมูลจาก Theverge Qualcomm

เรียบเรียงโดย @MAGAWN19

Share this Article: