ซิสโก้ จับมือ วัตตาแนค พร็อพเพอตี้ สร้างอาคาร ‘Connected’ แห่งแรกในกัมพูชา “วัตตาแนค แคปปิตอล”

ซิสโก้ร่วมมือกับบริษัท วัตตาแนค พร็อพเพอตี้ (Vattanac Properties Limited) วางรากฐานสำหรับ “Smart+Connected Cambodia” ภายใต้โครงการพัฒนา วัตตาแนค แคปปิตอล (Vattanac Capital) เพื่อปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ของกรุงพนมเปญ และกระตุ้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจในเมืองหลวงแห่งนี้ ด้วยเรียลเอสเตทที่เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย (Networked Real-Estate) พร้อมรองรับอนาคตให้แก่องค์กรธุรกิจในประเทศกัมพูชา

 

ตึก Vattanac Capital ใช้โซลูชั่นของซิสโก้ที่เป็นเครือข่ายในรูปแบบของแพลตฟอร์ม (Network as a platform) เพื่อประโยชน์ทางด้านธุรกิจ และนำเสนอพื้นที่สำนักงานระดับมาตรฐานโลกในกัมพูชา  นอกเหนือจากการรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยตามจุดต่างๆ ในอาคารสองหลังที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากแล้ว โซลูชั่นของซิสโก้ทั้งในส่วนของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบใช้สายและไร้สาย ระบบสื่อสารแบบครบวงจร ศูนย์บริการติดต่อแบบครบวงจร และระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่าย ได้ทำให้ Vattanac Capital กลายเป็น อาคารหลังแรกที่มีการเชื่อมต่ออย่างทั่วถึงกันในประเทศกัมพูชา (First Connected Building in Cambodia) โครงการนี้ได้รับรางวัล South East Asia Property Awards สาขา โครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่ดีที่สุด” ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อปี 2555

 

 

 

การใช้โซลูชั่น Cisco Contact Center ช่วยให้ผู้เช่าอาคารสามารถผนวกรวมแอพพลิเคชั่นเสียงขาเข้าและขาออกเข้ากับแอพพลิเคชั่นออนไลน์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย เช่น โปรแกรมสนทนาแบบเรียลไทม์ การประสานงานร่วมกันผ่านเว็บ อีเมล์ และโซเชียลมีเดีย การผนวกรวมนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่แต่ละคนสามารถรองรับการโต้ตอบสนทนากับหลายบุคคลได้ในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าผู้เช่าอาคารจะเลือกใช้ช่องทางการสื่อสารใด

 

Vattanac Capital ประกอบด้วยอาคารสูง (Tower) สองหลัง และอาคารเตี้ย (Podium) ที่ประกอบด้วยกระจกโดยออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย รูปทรงอาคารคล้ายพญานาค โดยอาคาร Vattanac Capital Tower 1 ซึ่งเปรียบเสมือนหลังของพญานาคมีทั้งหมด 38 ชั้น เป็นพื้นที่เช่าสำนักงาน โรงแรมระดับหรู และร้านค้า แบรนด์ดัง ส่วน Tower 2 จัดเป็นส่วนไลฟ์สไตล์ ประกอบด้วยโรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล และร้านค้าปลีกอื่นๆ  อาคารสูงทั้งสองหลังมีพื้นที่ตั้งแต่ 1,461 ถึง 1,769 ตารางเมตรในแต่ละชั้น  ทั้งนี้ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ โครงการพัฒนานี้จะประกอบด้วย โซนหลัก ได้แก่ โซนสำนักงาน ซึ่งมีพื้นที่สำนักงานเกรด จำนวน 21 ชั้น โซนร้านค้าปลีกระดับหรู พร้อมด้วยโรงแรมสุดหรูระดับ ดาว “Rosewood Hotel” ตั้งอยู่ที่ 14 ชั้นบนสุด และโซน ‘Lifestyle Cube’ ซึ่งประกอบด้วยศูนย์การแพทย์ ศูนย์การศึกษา และศูนย์ความบันเทิงมาตรฐานระดับสากล

 

ไมเคิล โทมอร์ดี้ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของกรรมการบริหารบริษัท วัตตาแนค พร็อพเพอตี้ กล่าวว่า เราได้กำหนดมาตรฐานสำหรับประเทศที่เป็นตลาดใหม่เช่น กัมพูชา ซึ่งความสามารถในการเชื่อมต่อและประสานงานร่วมกันถือเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จ  บริษัท วัตตาแนค พร็อพเพอตี้ มุ่งมั่นที่จะผลักดันกัมพูชาสู่อนาคต ด้วยการจัดหาอาคารสำนักงานระดับเวิลด์คลาสและที่พักอาศัยที่มีระดับ โดยใช้ใช้เทคโนโลยีเครือข่ายที่แข็งแรง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยจากซิสโก้  โซลูชั่นของ Vattanac Capital ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อมอบคุณประโยชน์แก่ผู้เช่าอาคารและลูกค้า พร้อมการจัดการด้านการควบคุมอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวกที่ปลอดภัย มั่นคง และมีประสิทธิภาพ  เราได้ลงทุนและติดตั้งโซลูชั่นชั้นนำระดับโลกมากมายมากกว่าที่พบในอาคารเกรด A ทั่วไปในปัจจุบัน รวมถึงในประเทศที่พัฒนาแล้ว  เราใช้พลังของอินเทอร์เน็ตเพื่อรองรับระบบอาคารอัจฉริยะ นำเสนอบริการด้านการประสานงานร่วมกันและโมบิลิตี้ และช่วยให้ผู้เช่าอาคารสามารถพัฒนาการให้บริการใหม่ๆ รวมถึงช่องทางรายได้ หรือรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ  ด้วยความสามารถในการนำเสนอบริการที่พร้อมสรรพและการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เราจึงเป็นผู้กำหนดมาตรฐานสำหรับอาคารแห่งอนาคตในประเทศกัมพูชา รวมถึงในภูมิภาคนี้ ขณะที่เรากำลังจะก้าวเข้าสู่ AEC ในปี 2558”  

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนของซิสโก้ กล่าวว่า มีโอกาสมากมายในการทำให้ประเทศกัมพูชาสามารถเชื่อมต่อ และโอกาสนี้ที่ถือเป็นการบุกเบิกเพื่อสร้าง Networked Building ในกรุงพนมเปญร่วมกับ วัตตาแนค พร็อพเพอตี้ เป็นก้าวแรกในการวางรากฐานสำหรับ‘Internet of Everything’ ในกัมพูชา เราเชื่อว่าอาคาร Vattanac Capital ที่พร้อมด้วยรากฐานเครือข่ายที่แข็งแกร่ง จะมอบคุณประโยชน์มากมายให้กับประเทศกัมพูชา ผ่านการบริการให้บริการทางข้อมูล บริการโทรศัพท์ บริการรักษาความปลอดภัย และบริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

 ซิสโก้ http://thenetwork.cisco.com 

Share this Article: