คสช.อนุมัติวงเงินคูปองทีวีดิจิตอล "คืนความสุขให้ประชาชน" เริ่มแจก 15 ต.ค.นี้

คสช.อนุมัติวงเงินคูปอง 1.6 หมื่นล้านบาท เริ่มแจกคูปอง 15 ต.ค.นี้ ใน 23 จังหวัดทั่วประเทศ คาดภายในสิ้นปีนี้ส่งคูปองได้ครบ 45 จังหวัด ย้ำส่งคูปองผ่านทางไปรษณีย์ถึงมือประชาชนเท่านั้น 

 

 

 

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงานได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ระบุว่า หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบให้ดำเนินโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลต่อไปได้ โดยอนุมัติวงเงินค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 16,165.265 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าคูปอง 22.9 ล้านใบๆ ละ 690 บาท เป็นเงิน 15,801 ล้านบาท ,ค่าพิมพ์คูปอง ฉบับละ 2.85 บาท เป็นเงิน 65.265 ล้านบาท 

 

ส่วนค่าสติ๊กเกอร์คู่คูปอง ฉบับ 1.50 บาท เป็นเงิน 34.350 ล้านบาทและค่าสติ๊กเกอร์เครื่องหมายแสดงความสอดคล้องมาตรฐาน ฉบับละ 1.50 บาท เป็นเงิน 34.350 ล้านบาท ซึ่งจะได้รับคืนจากบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ ,ค่าจัดส่งคูปองโดยไปรษณีย์ไทย คิดฉบับละ 10 บาท เป็นเงิน 229 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมธนาคาร ฉบับละ 0.55 บาท เป็นเงิน 12.595 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทที่เข้าร่วมโครงการจะเป็นผู้ชำระ ค่าระบบบริหารจัดการโครงการ จำนวน 50 ล้านบาท และค่าดำเนินการตรวจสอบ จำนวน 20 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ การแจกคูปองส่วนลดสำหรับแลกซื้ออุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลนั้น จะเริ่มแจกได้ในวันที่ 15 ต.ค.57 นี้ โดยทยอยแจกในพื้นที่โครงข่ายภาคพื้นดินส่งสัญญาณครอบคลุมใน 23 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี ปราจีนบุรี นครปฐม เพชรบุรี สระบุรี อยุธยา สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี ราชบุรี สุพรรณ นครนายก สมุทรสาคร นครราชสีมา เชียงใหม่ ลำพูน สงขลา ปัตตานี พัทลุง ซึ่งเป็นจังหวัดที่ส่งสัญญาณจาก 4 สถานีฐาน คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ นครราชสีมา และสงขลา ส่วนอีก 7 สถานีฐานที่ต้องมีการขยายโครงข่ายให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ จะสามารถส่งสัญญาณได้ครอบคลุมอีก 22 จังหวัดทั่วประเทศ คาดว่าภายในสิ้นปี 2557นี้ จะสามารถทยอยส่งคูปองได้ทั้งสิ้น 45 จังหวัด คิดเป็น 11.45 -11.89 ล้านครัวเรือน หรือ 52% 

 

อย่างไรก็ตาม กรอบเวลาเดิมที่วางไว้คือ ต้องทยอยแจกคูปองให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี หากโครงข่ายสัญญาณไม่สามารถขยายไปได้ทันตามเวลาดังกล่าว อาจเป็นไปได้ว่าจะต้องมีการพิจารณาในส่วนของคูปองที่จะสนับสนุนกล่องดาวเทียม-เคเบิ้ลทีวีด้วย เพื่อรองรับประชาชนที่ไม่สามารถรับชมได้ หรืออยู่ในพื้นที่ ที่เป็นจุดอับ

 

สำหรับรูปแบบของคูปอง ด้านหน้า ส่วนบนมีข้อความว่า "คืนความสุขให้ประชาชน" ถัดลงมาเป็นชื่อสำนักงาน กสทช. มีการระบุเลขรหัสประจำบ้าน ชื่อ-นามสกุลและเลขประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน รหัสคูปอง มูลค่าของคูปอง 690 บาท พร้อมทั้งระบุว่า คูปองใช้ได้ถึงวันที่เท่าไร ส่วนด้านหลังคูปองมีรายละเอียดเงื่อนไขการใช้ และมีแถบบาร์โค้ดทั้งด้านหน้า-หลัง ซึ่งคูปองจะมีอายุการใช้งาน 60 วัน เมื่อประชาชนนำคูปองมาแลกยังจุดบริการ ผู้ประกอบการที่จำหน่ายกล่องรับสัญญาณซึ่งมีสติ๊กเกอร์รับรองจาก กสทช.และสติ๊กเกอร์โครงการคูปอง จะรับคูปองมาแล้วฉีกส่วนต่อของสติ๊กเกอร์ร่วมโครงการติดลงบนกล่องรับสัญญาณ และติดลงบนคูปองของประชาชน เพื่อเป็นการรับประกันการใช้งานของกล่อง ซึ่งหากกล่องชำรุดภายใน 1 เดือน จะต้องมีการเปลี่ยนใหม่ให้ทันที และหากมีการซ่อมจะต้องมีกล่องสำรองให้ใช้ระหว่างรอ ซึ่งประชาชนสามารถนำคูปองไปใช้แลกกล่องได้ในวันที่ 25 ต.ค.57นี้

 

สำหรับผู้ประกอบการที่จำหน่ายกล่องซึ่งมีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการคูปองได้ มีการลงทะเบียนแล้ว 52 ราย โดยกสทช.เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ 1 ก.ย.57 ที่ผ่านมา และทุกๆ 15 วัน จะมีการประกาศรายชื่อผู้ประกอบการที่ผ่านการตรวจสอบ ซึ่ง 15 ก.ย.57นี้เป็นรอบแรกที่ประกาศรายชื่อ 

 

ส่วนความคืบหน้ากรณีชดเชยค่าเสียโอกาสของบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลรอบสุดท้าย 2014 นั้น ตอนนี้สำนักงานได้ให้คณะอนุกรรมการฯ กลับไปพิจารณาในหลักการคิดอีกครั้ง เนื่องจากข้อเสนอที่ส่งมาไม่ตรงกับหลักการของมติกสทช. จึงให้กลับไปพิจารณาอีกครั้ง

Share this Article: