การเลือกใช้บริการคลาวด์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

การจัดหาระบบไอทีขององค์กรในอดีตต้องผ่านหลายกระบวนการที่ซับซ้อน  เพียงแค่การรวบรวมกำหนดความต้องการ, พิจารณาจัดหาผู้ให้บริการ และทดสอบการทำงานต่างๆ ใช้เวลาเป็นเดือนหรืออาจจะเป็นปี นั้นเป็นเพราะในอดีตองค์กรยังไม่มีเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพการทำงานอย่าง       “คลาวด์”   โดยคลาวด์นั้นเป็นระบบให้บริการที่องค์กรไม่จำเป็นต้องลงทุนหรือติดตั้งฮาร์ดแวร์ให้ยุ่งยาก  เพียงแค่องค์กรต้องศึกษาการใช้งานอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร 

 

คริส ชาเรียล รองประธานและหัวหน้าฝ่ายสถาปัตยกรรมเทคโนโลยี และคลาวด์ ออราเคิล เอเชียแปซิกฟิก กล่าวว่า “คลาวด์สามารถช่วยให้นวัตกรรมไอทีมีการทำงานที่ยืดหยุ่น คล่องตัว ลดความซับซ้อน และร่นเวลาในการดำเนินงาน ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและสามารถทำงานได้อย่างครบวงจร การตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการคลาวด์นั้นมีความยุ่งยากแตกต่างจากการเลือกคู่ค้าหรือพันธมิตรธุรกิจรูปแบบอืน ที่องค์กรสามารถยกเลิกบริการเมื่อผลงานออกมาไม่ตรงตามความต้องการ ดังนั้นการเลือกผู้ให้บริการคลาวด์ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งรูปแบบการให้บริการและการสนับสนุนภายหลัง”

 

 

ด้วยการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ที่ไม่ง่ายเหมือนการกดปุ่ม 'เปิด' ที่สวิทช์ แต่ระบบต้องมีการรองรับกระบวนการทางธุรกิจและระบบไอทีเดิมขององค์กร รวมทั้งช่วยเพิ่มกลไกการทำงานที่ง่ายดายขึ้น ซึ่งหากองค์กรเริ่มใช้ระบบคลาวด์โดยไม่คำนึงถึงการทำงานร่วมกันระหว่างระบบไอทีเดิม อาจทำให้องค์กรไม่สามารถใช้ประโยชน์จากระบบคลาวด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่

 

“ระบบพัฒนาโปรแกรมสำหรับเทคโนโลยีรูปแบบใหม่มักต้องใช้เวลาในการปฏิบัติการ และบางครั้งจำเป็นต้องพึ่งพาการทำงานของผู้ให้บริการคลาวด์และบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ  เพื่อช่วยให้ฟังก์ชั่นการทำงานสามารถดำเนินงานได้ตรงตามมาตราฐาน ดังนั้นหากการทำงานระบบคลาวด์เกิดข้อขัดข้องหรือระบบบการทำงานบางประการเกิดเปลี่ยนแปลง การย้ายโอนข้อมูลและโปรแกรมไปยังผู้ให้บริการคลาวด์รายใหม่อาจะก่อให้เกิดความยุ่งยาก  และกฎระเบียบการโยกย้ายข้อมูลและฐานที่ตั้งจัดเก็บข้อมูลที่กำหนดโดยรัฐบาลที่องค์กรต้องคำนึงเป็นอย่างมาก”

อีกข้อที่ควรพิจารณาในการตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการคลาวด์คือองค์กรต้องมั่นใจว่าผู้ให้บริการนั้นสามารถดูแลได้ครอบคลุมทั่วทุกบริการตั้งแต่ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน,แพลตฟอร์ม และซอฟต์แวร์หลายครั้งที่องค์กรลองเสี่ยงถ่ายโอนบางโปรแกรมไปยังระบบคลาวด์ ซึ่งผลลัพธ์การทำงานเป็นไปอย่างประสบผลสำเร็จ ทำให้องค์กรมั่นใจที่จะย้ายโปรแกรมการทำงานอื่นๆไปยังระบบคลาวด์  เพื่อช่วยสนับสนุนพนักงานขาย แผนกบริการ รวมทั้งระบบจัดการด้านการเงิน และด้วยกระบวนการทางธุรกิจโปรแกรมเหล่านี้ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายแผนกอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นเพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างง่ายขึ้นเมื่อองค์กรมีโปรแกรมการทำงานที่ครอบคลุม

 

ความสำคัญอีกอย่างที่ต้องพิจารณาคือ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ยังเป็นระบบที่ค่อนข้างใหม่ และมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่จะมีการควบรวมกิจการของคู่ค้าในอีกห้าปีถัดไปเมื่อครบกำหนดสัญญา   ด้วยเหตุนี้ปัจจัยเรื่องความคุ้มค่าและราคา จึงเป็นเหมือนการช่วยต่ออายุให้กับผู้ให้บริการคลาวด์ และแผนงานของสินค้า ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว การพัฒนาสินค้าจะถูกเพิ่มลงในวงจร เมื่อมีความคาดหวังถึงคุณสมบัติและประสิทธิภาพใหม่

 

ตัวอย่างขององค์กรที่นำระบบคลาวด์มาใช้ เช่น “อวาย่า (Avaya) ผู้ให้บริการการสื่อสารทางธุรกิจ เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ใช้ระบบการดำเนินงานผ่านการระบบคลาวด์ โดยองค์กรใช้บริการออราเคิลโซลูชั่น ได้แก่ Oracle’s Sales, Marketing, และ Social Relationship Management Cloud รวมทั้งใช้บริการ PaaS และการพัฒนาโปรแกรม Java  โดยผลลัพธ์หลังการใช้ระบบดังกล่าวช่วยให้องค์กรเพิ่มศักยภาพในการทำงาน,ลดค่าใช้จ่ายภายในองค์, เพิ่มความคล่องตัวของโซลูชั่น  นอกจากนี้ยังช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินการทางไอที และช่วยสนับสนุนการตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าอีกทั้งช่วยรักษาการเปรียบในการแข่งขันได้อีกด้วย”

 

ดังนั้น เมื่อองค์กรเริ่มใช้งานระบบคลาวด์อาจต้องการยืดอายุการใช้งานและกำหนดตั้งค่าการใช้งานขึ้นเอง ในขณะที่ความต้องการช่วงแรกอาจต้องการเพียงแค่การคำนวนและจัดเก็บข้อมูล เราอาจตัดสินใจเพิ่มประสิทธิภาพใหม่ๆ เช่น ช่องทางของสมาร์ทโฟนและการแสดงข้อมูล (แพลตฟอร์มที่สามารถให้บริการได้) ในอนาคต ซึ่งโดยปกติแล้วการทำงานภายใต้ผู้ให้บริการเดียวกันจะทำให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่าใช้งานจากหลายแหล่งผู้ให้บริการเทคโนโลยี และสามารถจัดการระบบดำเนินงานได้อย่างสะดวก

 

 

 

Share this Article: