กสทช. มีมติไม่เลื่อนชำระค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่ 2 ให้ผู้ประกอบการ

กสทช. มีมติไม่ให้เลื่อนกำหนดระยะเวลาในการชำระค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่ ให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลตามความเห็นของ สตง. และสำนักงานอัยการสูงสุด  โดยสรุปจบวันที่ 22 พ.ค. 58 มีผู้ประกอบการดิจิตอลทีวีมาจ่ายเงินค่าประมูลดิจิตอลทีวีแล้ว 16 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,647.375 ล้านบาท

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (22 พ.ค. 2558ที่ประชุม กสทช. วาระพิเศษได้มีการพิจารณาเรื่องการเลื่อนกำหนดระยะเวลาในการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ โดยได้พิจารณาความเห็นของสองหน่วยงานคือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานอัยการสูงสุด ที่มีหนังสือตอบกลับเข้ามาภายหลังจากที่สำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือสอบถามความเห็นเรื่องการเลื่อนกำหนดระยะเวลาในการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติไป 

 

โดย สตง. ได้มีหนังสือตอบกลับมาเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2558 ให้ความเห็นว่า การเลื่อนกำหนดระยะเวลาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติงวดที่ ออกไป กสทช. ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. 2556 และในเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ ได้ระบุถึงระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมให้ใช้คลื่นความถี่ไว้อย่างชัดซึ่งถือเป็นการทำสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างกัน ถ้ามีการเลื่อนกำหนดการชำระออกไปจะต้องมีการแก้ไขเงื่อนไขแนบท้าย ซึ่งจะทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย และเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน

ในส่วนของสำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีหนังสือตอบกลับมาเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2558 ให้ความเห็นว่า กสทช. ไม่อาจเลื่อนกำหนดระยะเวลาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติงวดที่ ออกไปได้ นอกจากจะได้มีการแก้ไขประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. 2556หรือออกประกาศฉบับใหม่โดยประกาศฉบับใหม่จะต้องไม่ทำให้รัฐเสียหาย ซึ่ง กสทช. ต้องพิจารณาว่า การกระทำดังกล่าวจะมีผลเป็นการเอื้อประโยชน์แก่เอกชนบางรายหรือไม่ และจะเป็นการทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการหรือไม่ ซึ่งนัยยะดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการเลื่อนกำหนดระยะเวลาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติงวดที่ ออกไปได้ 

ที่ประชุม กสทช. ได้มีมติเห็นชอบกับความเห็นของทั้งสองหน่วยงาน จึงได้มีมติไม่ให้เลื่อนกำหนดระยะเวลาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติงวดที่ 2และให้ผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิตอลซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ทั้ง 24 ราย มาชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติงวดที่ 2ตามกำหนดระยะเวลาเดิม

 

 

 

ซึ่งช่วงต้นมีผู้เข้ามาชำระแล้ว 3 ราย รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,339,105,000 บาท สำหรับผู้ที่มาชำระแล้ว ได้แก่ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ช่อง 7HD ชำระจำนวน 683,730,000 บาท บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด ช่อง Workpoint TV ชำระจำนวน 333,305,000 บาท และบริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด ช่อง MONO 29 ชำระจำนวน 322,070,000 บาท

 

โดยสรุปจบวันที่ 22 พ.ค. 58 มีผู้ประกอบการดิจิตอลทีวีมาจ่ายเงินค่าประมูลดิจิตอลทีวีแล้ว 16 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,647.375 ล้านบาท คือ จนถึงเวลา 16.30 น. ของวันนี้ (วันที่ 22 พ.ค. 2558) มีผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทีวีเข้ามาชำระค่าประมูลทีวีดิจิตอล งวดที่ 2 แล้ว เป็นจำนวน 16 ราย รวมเป็นจำนวนเงินที่นำมาชำระทั้งสิ้น 6,647.375 ล้านบาท โดยเป็นผู้ประกอบการที่มายื่นในวันนี้ จำนวน 14 ราย ได้แก่ 1.บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ช่อง3HD ชำระจำนวน 700.850 ล้านบาท  2.บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ช่อง PPTV HD ชำระจำนวน 693.360 ล้านบาท 3.บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ช่อง MCOT HD ชำระจำนวน 680.520 ล้านบาท 4.บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ช่อง Amarin TV HD ชำระจำนวน 678.380 ล้านบาท 5.บริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี จำกัด หรือ จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด เดิม ช่อง ONE HD ชำระจำนวน 678.380 ล้านบาท 6.บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด หรือบริษัท ทรู ดีทีที จำกัด เดิม ช่องTrue4U ชำระจำนวน 329.025 ล้านบาท 7.บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด หรือ บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอสดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด ช่อง GMM Channel ชำระจำนวน 326.350 ล้านบาท 8.บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ช่อง3SD ชำระจำนวน 324.745 ล้านบาท 9.บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด ช่อง MONO 29 ชำระจำนวน 322.070 ล้านบาท 10.บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด ช่อง NOW ชำระจำนวน 316.720 ล้านบาท 11. บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด ช่อง Nation ชำระจำนวน 190.246 ล้านบาท 12.บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ช่อง TNN24 ชำระจำนวน 187.892 ล้านบาท 13.บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ช่อง 3Family ชำระจำนวน 101.222 บาท  14.บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ช่อง MCOT Kid ชำระจำนวน 100.580 บาท และเป็นผู้ประกอบการที่เข้ามาชำระก่อนหน้านี้ อีก 2 ราย ได้แก่ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ช่อง 7HD ชำระจำนวน 683.730 ล้านบาท และบริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด ช่อง Workpoint TV ชำระจำนวน 333.305 บาท

ทั้งนี้ ยังเหลือเวลาอีก 1 วันคือในวันที่ 25 พ.ค. 2558ที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลจำนำเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอล งวดที่ 2 มาชำระให้สำนักงาน กสทช. ได้ ตามมติของที่ประชุม กสทช. วาระพิเศษ ที่มีมติไม่เลื่อนกำหนดระยะเวลาในการชำระค่าประมูลทีวีดิจิตอล งวดที่ 2 และให้ผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิตอลซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ทั้ง 24 ราย มาชำระเงินตามกำหนดระยะเวลาเดิม   

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดหัวหน้า คสช. อนุมัติให้ขยายระยะเวลาสิ้นสุดการใช้คูปองดิจิตอลทีวีลอตแรกที่จะหมดในวันที่ 31 พ.ค. 58 ออกไปอีก 2 เดือน อีกด้วย

 

สำหรับคูปองรอบสุดท้ายทั่วประเทศ สำนักงาน กสทช. เริ่มจัดส่งไปยังบ้านเรือนประชาชนอีก 5.4 ล้านครัวเรือนตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคมนี้ผ่านทางไปรษณีย์ ตามเงื่อนไขการแจกจ่าย

Share this Article: