กสทช. คาดปี 58 หลังจัดประมูล 4G ทำเม็ดเงินสะพัดเกินกว่า 3 แสนล้านบาท

กสทช. คาดปี 58 หลังจัดประมูล 4G มีเม็ดเงินสะพัดเกินกว่า 3 แสนล้านบาท เผยกำลังหารือแบงก์ชาติด้วย ในการนำเงินลงทุนจากอุตสาหกรรมโทรคมนาคม รวมไว้ในการประเมินจีดีพี (GDP)

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ เกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการร่วมกันเพื่อสนับสนุนการใช้งานโมบายล์ แบงก์กิ้งให้มีความแพร่หลายมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศที่ต้องขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจ ดิจิตอล ซึ่งกสทช.มีหน้าที่หารือกับผู้ประกอบการเอกชน ให้การช่วยสนับสนุนระบบหลังบ้าน อาทิ การกดเงินสดทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ ระบบเพย์เม้นต์ที่มีความปลอดภัย
 
ทั้งนี้ ในส่วนของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดิจิตอลในบทบาทของกสทช.นั้น ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้มีความแข็งแรงและครอบคลุมให้มากที่สุด 2.พัฒนาให้ธุรกิจมีสายซึ่งมีอยู่ 7 หน่วยงาน คือ บมจ.ทีโอที บมจ.กสท โทรคมนาคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนธุรกิจไร้สายจะมีการสนับสนุนให้มีความครอบคลุมมากขึ้นทั้งจากบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค และกลุ่มทรูฯ 3.มีการตั้งคณะกรรมการหรือหน่วยงานกลางขึ้นมากำกับดูแล และ4.สร้างความปลอดภัยของการเข้าถึงข้อมูล เพื่อให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งปัจจุบันมีคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ประมาณ 28% ต่อจำนวนประชากร
 
นอกจากนี้ การหารือกับแบงก์ชาติเกี่ยวกับแผนการพัฒนาเศรษฐกิจโดยภาพรวม และการทำนายคาดการณ์เศรษฐกิจเติบโตในปี 2558 เพราะจากการรับฟังข้อมูลจากแบงก์ชาตินั้น ไม่ได้มีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเข้าไปด้วยในปี 2558 โดยแบงก์คาดการณ์ว่าในปีหน้าจะจีดีพีประเทศจะเติบโตราว 4% มีการรวบรวมเม็ดเงินเพียงแค่อุตสาหกรรมนำเข้า-ส่งออก อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการสร้างระบบคมนาคม แต่สำนักงานกสทช.ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในปีหน้า กสทช.จะจัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่ 4G จำนวน 4 ใบอนุญาต ของคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์อย่างละ 2 ใบอนุญาต ดังนั้นเชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศขยายตัว
 
ทั้งนี้ ประเมินว่า จากการเปิดประมูล 4G จำนวน 4 ใบอนุญาต คาดว่ามีเม็ดเงินเพิ่มเข้ามาในอุตสาหกรรมมากกว่า 300,000 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย ค่าประมูลใบอนุญาตที่ต้องส่งให้เป็นรายได้แผ่นดินไม่ต่ำกว่า 42,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะเป็นเงินจากการลงทุนขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ตามเงื่อนไขของกสทช. ซึ่งตัวเลขนี้มีพื้นฐานมาจากการเปิดประมูลใบอนุญาต 3จีคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ที่มีเม็ดเงินมากกว่า 220,000 ล้านบาท ในการลงทุนขยายโครงข่าย แบ่งเป็นจากเอไอเอส 100,000 ล้านบาท ดีแทค 65,000 ล้านบาท และกลุ่มทรูฯ 50,000 ล้านบาท 
 
ส่วนความคืบหน้าในการประมูลคลื่นความถี่ 4G นั้น ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช. ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้ให้คณะทำงานได้เตรียมแผนงานการประมูลแล้ว ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุป ในช่วงม.ค.-ก.พ.2558 และจะนำเข้าที่ประชุม กทค. เพื่อพิจารณา ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการประมูล อาจจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการประมูลใหม่ เนื่องจากหลักเกณฑ์เดิมเป็นหลักเกณฑ์ที่ยอมรับในสากล แต่อาจจะมีการปรับปรุงในส่วนของราคาเริ่มต้นการประมูลใหม่ เนื่องจากจะต้องคำนึงถึงหลักทางเศรษฐศาสตร์ที่นำมาคำนวณใหม่ ซึ่งอาจจะทำให้มีการปรับราคาเริ่มต้นการประมูลเพิ่มขึ้นจากเดิม  
 
การประมูลคลื่นความถี่ย่าน1800 เมกะเฮิร์ตซ ของ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด ในเครือเอไอเอส ที่ได้สิ้นสุดสัญญาสัมปทานไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย.56 ที่ผ่านมานั้น ไม่สามารถทำการประมูลตามกำหนดเดิมเดือนส.ค.2557 ได้เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงการเมือง ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ได้สั่งให้ชะลอการประมูลออกไป 1 ปี กทค.จึงได้แต่เตรียมแผนการประมูลเท่านั้น
Share this Article: