กลุ่มสามารถ เผยรายได้ไตรมาสแรกปีนี้ มีรายได้รวม 2,971 ล้านบาท

กลุ่มบริษัทสามารถแจ้งผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 2560 มีรายได้รวม 2,971 ล้านบาท กำไรสุทธิรวม 35 ล้านบาท โดยธุรกิจ ICT ไตรมาสแรกมีงานเซ็นต์ใหม่เกือบ 1,800 ล้านบาท ตั้งเป้า Backlog สิ้นปี ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่วนวันทูวัน คอนแทคส์ ซึ่งไปได้สวยในธุรกิจ call center มีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 45 เปอร์เซนต์ ปิดท้ายด้วยธุรกิจพลังงาน ล่าสุดเซ็นต์สัญญาโครงการใหม่ “สายไฟฟ้าใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง” อีกกว่า 800 ล้านบาท

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,971 ล้านบาท กำไรสุทธิรวม 35 ล้านบาท โดย กลุ่ม ICT Solution มีรายได้รวม 1,405 ล้านบาท กำไรสุทธิ 81 ล้านบาท โดยมีงานเซ็นต์ใหม่จำนวนเกือบ 1,800 ล้านบาท อาทิ งานติดตั้งเครือข่ายโทรคมนาคมทหาร มูลค่า 941 ล้านบาท โครงการจัดทำฐานข้อมูลแผนที่และคำนวณราคาประเมินที่ดินให้แก่กรมธนารักษ์ มูลค่า 249 ล้านบาท ฯลฯ สายธุรกิจ Mobile-Multimedia มีรายได้ 421 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการปรับแผนธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ประจำมากขึ้น นอกจากนี้ยังเตรียมนำบริษัทลูก คือ i-sport เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อขยายธุรกิจด้านกีฬา และมุ่งสู่การเป็น “บริษัทที่ทำธุรกิจด้านกีฬาครบวงจร” หรือ Sport & Entertainment ของไทย สายธุรกิจ Related Business มีรายได้ 391 ล้านบาท เฉพาะบมจ.วันทูวัน คอนแทคส์ รายได้รวม 242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซนต์ กำไรสุทธิรวม 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 45 เปอร์เซ็นต์ โดยมีลูกค้ารายใหม่ทั้งในกลุ่มราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงได้รับการว่าจ้างต่อสัญญาเดิมอีกหลายฉบับ รวมมูลค่า 223 ล้านบาท ส่งผลให้มีงานในมือกว่า 930 ล้านบาท ที่สำคัญยังได้รับรางวัลการันตีความเป็นมืออาชีพกับรางวัล Thailand Outsourced Contact Center Service Provider of the Year (สุดยอดผู้ให้บริการธุรกิจคอนแทคส์เซ็นเตอร์แห่งปี) จาก Frost and Sullivan ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 สุดท้ายสายธุรกิจ Utilities & Transportation  มีรายได้รวม 856 ล้านบาท รายได้พลิกฟื้น จากโอกาสมากมายในทุกสายธุรกิจ

สำหรับไตรมาสต่อไป ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศจะกลับมาคึกคักมากขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการขับเคลื่อนของภาคเอกชน ที่เอื้อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาลแก่กลุ่มสามารถ จึงมั่นใจว่าผลประกอบการของทุกธุรกิจในกลุ่มสามารถจะมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

สายธุรกิจ ICT Solution  มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการเปิดประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐตามงบประมาณในโครงการต่างๆ รวมถึงการลงทุนและการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร เพื่อให้เกิดการบริการรูปแบบธุรกิจใหม่ๆขึ้นในสังคม จากนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และ Thailand 4.0 ซึ่งจะเห็นตั้งแต่ไตรมาส 2 ไปจนถึงช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าไตรมาส 2 จะยื่นประมูลอีกหลายโครงการใหญ่มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท ทั้งนี้คาดการณ์ไว้ว่าปี 60 จะมีงานในมือรวมกว่า 10,000 ล้านบาท และจะเป็นสัดส่วนของงานบริการที่จะสร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอเพิ่มสูงขึ้นด้วย

สายธุรกิจ Mobile-Multimedia ปัจจุบัน SIM อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ จากที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่มาเป็นรายได้ที่สม่ำเสมอและมั่นคงมากขึ้น  โดยล่าสุดรอความชัดเจนใน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการงานวิทยุโทรคมนาคมระบบทรั้งค์ และ โครงการโคทาวเวอร์ ของ กสท. คาดจะเซ็นสัญญาในครึ่งปีแรก ส่วนธุรกิจด้านโทรศัพท์เคลื่อนที่ครบวงจร ก็ยังคงเป็นตัวแทนจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ล่าสุดได้นำแบรนด์ “Xiaomi” มาจำหน่าย และได้รับการตอบรับอย่างดี และยังมีแผนในการเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ เพิ่มขึ้น

สายธุรกิจ Utilities & Transportation ล่าสุด เริ่มไตรมาส 2  เทด้า ได้โครงการก่อสร้างงานด้านโยธาจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าใต้ดินสำหรับการเปลี่ยนระบบไฟฟ้าอากาศเป็นระบบสายไฟฟ้าใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง โครงการพระราม 3 มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท

วัฒน์ชัย กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า “เรามีการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง ที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ โดยจุดมุ่งเน้นของบริษัทฯ คงอยู่ที่การเพิ่มแหล่งรายได้ประจำและสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน  ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสังคมภายใต้แนวคิด การสร้างคนคุณภาพและสังคมคุณธรรม”

Share this Article:

ADVERTISMENT