วันที่: 21/11/2013 หมวดหมู่: Enterprise IT
588
Views

Eva2
ในงาน Trend Micro APAC Media Conference 2013 ต้องบอกว่าเป็นการรวบรวมเอาประเด็นสำคัญต่างๆ ในแง่ของการป้องกันภัยในระดับโลกมาไว้รวมกัน เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับคำว่า “Safe” ที่มากกว่าคำว่า Secure, การป้องกันภัยด้านไซเซอร์ในยุคของ New Cloud Era รวมถึงระบบ Enterprise Security ในโลกของคลาวด์เป็นต้น 

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์ Eva Chen, Chief Executive Officer and Co-Founder ของ Trend Micro ไปแล้วครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับประเด็นที่น่าสนใจต่างๆ โดยในครั้งนั้น เทรนด์ ไมโคร มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นอันดับหนึ่งในตลาดการรักษาความปลอดภัยข้อมูลระหว่างประเทศ และพยายามพัฒนาโซลูชันใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาให้กับการรักษาความปลอดภัยที่แท้จริงสำหรับระบบคลาวด์ให้กับลูกค้าของพวกเขา และในที่สุดก็สามารถพิสูจน์ให้ตลาดได้เห็นแล้วว่าเธอและเทรนด์ ไมโคร ทำได้จริง

และในครั้งนี้ผมก็ได้มีโอกาสพบเธออีกครั้ง โดยก่อนหน้าที่เธอจะเข้ามาร่วมงาน Trend Micro APAC Media Conference 2013 และให้สัมภาษณ์กับเรานั้น เธอพึ่งคว้ารางวัลจากนิตยสารฟอร์บส์ ในฐานะนักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชียประจำปี 2556 ซึ่งคัดเลือกจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น และมีส่วนผลักดันการเติบโตและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชีย มาหมาดๆ ด้วย

EVA เล่าให้เราถึงความแตกต่างของมูลค่าการเติบโตของ Trend Micro ทั้งในตลาดภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และในตลาดทั่วโลก ซึ่งในตลาดเอเชียนั้น Trend Micro สามารถเติบโตได้ถึงตัวเลขระดับ 2 ดิจิต แต่ในส่วนของระดับโกบอลนั้นก็ประมาณ 1 ดิจิต ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในส่วนของระดับโลกเพราะเป็นตลาดใหญ่ และที่ผ่านมาในประเทศแถบทวีปยุโรปก็ประสบปัญหาด้วย

จากตัวเลขเติบโตระดับสองดิจิตในภูมิภาคเอเชียนี้ EVA บอกมีปัจจัยหลายอย่างที่น่าสนใจสำหรับพวกเขา โดยประเด็นแรกก็คือการที่พวกเขามีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ตลาดได้เลือกใช้งาน ประกอบกับการบุกเข้าไปในตลาดใหม่ อย่างเช่น อินโดนีเซีย, อินเดีย ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหม่สำหรับเรา ส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของ Trend Micro นั้น ก็จะโฟกัสไปในกลุ่มของ Cloud Security, กลุ่มของ Cyber Attack และกลุ่ม Mobile Security เป็นต้น ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมที่จะขยายธุรกิจออกไปได้มากขึ้น

ความสำคัญของระบบ Cloud Security
ประเด็นหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นที่น่าสนใจในวงการอุตสาหกรรมด้านไอทียุคใหม่ ซึ่งนั่นก็คือเทคโนโลยี Cloud Computing ที่องค์กรธุรกิจเริ่มหันมาสนใจกันมากขึ้น และแน่นอนว่า Cloud เป็นระบบที่ประมวลผลกันนอกเครื่อง ซึ่งเป็นเหตุให้มีการโจมตีเป็นเงาตามตัว ดังนั้นในการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ (Cloud Security) นั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง EVA บอกว่า โซลูชันในกลุ่ม Cloud Security ของ Trend Micro นั้นมีความแตกต่างกับเวนเดอร์รายอื่นๆ อย่างมากมาย เธอบอกว่า Cloud Security เป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ ของเธอและ Trend Micro นั่นทำให้เธอต้องแบ่งพื้นที่ดังกล่าวนี้ออกมาเป็นสองส่วนด้วยกัน โดยประการแรกคือ Computer Power Security ซึ่งเราเรียกว่า Server Security โดยเซิร์ฟเวอร์นั้นจะต้องทำงานกับข้อมูลต่างๆ ที่หลั่งไหลกันเข้ามาในเซิร์ฟเวอร์ และก็มีการนำเอาระบบรักษาความปลอดภัยไปติดตั้งไว้บนเซิร์ฟเวอร์นั้นด้วย โดยในอดีต Trend Micro ก็เป็นผู้ให้บริการด้านระบบรักษาความปลอดภัยบนเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นอันดับหนึ่งในตลาด และเมื่อเซิร์ฟเวอร์เคลื่อนย้ายระบบไปสู่การทำงานในแง่ของเวอร์ชวลไลเซชัน (เครื่องเดียวแต่เป็นโฮสต์ให้กับแอพพลิเคชันมากมาย) ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วกว่า 20 เปอร์เซนต์ของบริษัทต่างๆ ในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกก็มีระบบเซิร์ฟเวอร์ เวอร์ชวลไลเซชัน มากเกินครึ่งและคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ (2013) น่าจะเพิ่มถึง 37 เปอร์เซ็นต์ นั้นเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าเวอร์ชวลไลเซชันเป็นกระแสที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและที่สำคัญ มันยังเป็นพื้นฐานของการก้าวสู่โลกของคลาวด์อีกด้วย

ส่วนประการที่สองที่แบ่งออกมาจากคลาวด์ ก็คือในแง่ของ Data Security นั่นเอง โดย EVA ชี้ให้เห็นว่าโลกของคลาวด์ก็คือการที่ผู้คนเอาข้อมูลต่างๆ ไปแชร์ไว้อยู่บนดาต้า สตอเรจเดียวกัน แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้อมูลของคุณที่นำไปไว้บนคลาวด์จะไม่มีใครสามารถเข้าถึงได้? ทำให้ Trend Micro ได้พัฒนาโซลูชันที่ชื่อว่า SecureCloud ที่ได้เสริมแกร่งด้วยเทคโนโลยีการเข้ารหัสอัจฉริยะ ซอร์ทำให้ในทุกๆ ครั้งที่ลูกค้าของเรามีการรับส่งข้อมูลกันและกันบนคลาวด์ก็จะต้องใช้เทคโนโลยีในการถอดรหัสเพื่อจะดูข้อมูล ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ลูกค้าแชร์อยู่บนคลาวด์นั้นจะมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งสองประการข้างต้นทำให้ EVA เชื่อว่า Trend Micro จะทำตลาดในกลุ่มนี้ได้มาก

อีกทั้งล่าสุด EVA ยังได้พูดถึงแนวทางใหม่ที่เพิ่งได้เปิดตัวไปก็คือ Smart Protection Strategy ที่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถกำหนดนิยามแผนกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนและไร้ร่องรอยในการตรวจสอบได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแนวทางดังกล่าวนี้ EVA บอกว่าจะประกอบขึ้นด้วยสามแนวคิดนั่นก็คือ Custom Defense ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับพวกการโจมตีไซเบอร์ที่ระบุเป้าหมาย, Complete End User Protection สำหรับการปกป้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกิดขึ้นในยุคที่เรียกว่า BYOD และอันที่สามคือ Cloud Security สำหรับโครงสร้างระบบดาต้าเซ็นเตอร์ที่เธอกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว

“องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของตน เพื่อที่จะสามารถปรับตัวให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ในทุกวันนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจให้สูงมากขึ้น ในภาวะเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกที่ค่อนข้างเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก” EVA ย้ำอย่างหนักแน่น

Eva1

 

พึงระวัง IT Consumerization
EVA ยังพูดถึงอีกโซลูชันหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันของ Trend Micro ก็คือตัว Complete End User Protection โดยเธอกล่าวว่า กระแสของการบริโภคนิยมในโลกไอที (IT Consumerization) ไม่เพียงแต่ที่จะเพิ่มผลผลิตของพนักงานให้สูงขึ้นแล้ว แต่ยังเป็นความท้าทายและความเสี่ยงของการสูญหายของข้อมูลและช่องโหว่ในระบบผ่านทางอุปกรณ์ของพนักงานเหล่านั้นเป็นเงาตามตัวด้วยเช่นกัน แม้ว่าการที่พนักงานจะเลือกใช้ระบบที่มีความสะดวกสบายตามเทคโนโลยีอย่างคลาวด์ สตอเรจ ผ่านทางแอพพลิเคชันเช่น Dropbox, YouSendIt และ iCloud แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการไม่สามารถที่จะควบคุมมันได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องเจ็บปวดจากการเกิดช่องโหว่ความปลอดภัย Trend Micro มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงได้พัฒนาพร้อมเปิดตัวโซลูชันใหม่ในแนวคิด Complete End User Protection ที่ชื่อว่า SafeSync for Enterprise เป็นโซลูชันที่ทำหน้าที่ในการผสมผสานและทำการซิงโครไนซ์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น ที่จะเข้าไปฝังอยู่ในระบบดาต้า เซ็นเตอร์ (หรืออาจจะเป็นไพรเวท คลาวด์) ขององค์กร ซึ่งจะช่วยสร้างผลผลิตและประสานการทำงานร่วมที่ปลอดภัยมากขึ้นแก่พนักงานที่เป็นแบบ Mobile Workers ที่มักนิยมใช้อุปกรณ์อันหลากหลายเช่น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และเครื่องพีซี ฯลฯ โดยไม่กระทบกระเทือนถึงข้อมูลขององค์กรเลยแม้แต่น้อย

วางกลุ่มเป้าหมายตามผลิตภัณฑ์
ปัจจุบันยอดขายที่ Trend Micro ที่สามารถทำได้โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นอยู่ประมาณ 8 – 10% จากยอดขายโดยรวมทั้งหมดทั่วโลก ส่วนในแง่ของการวางกลุ่มเป้าหมายแล้ว EVA มองว่ากลุ่มเป้าหมายของ Trend Micro จะขึ้นอยู่กับโซลูชันเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นโซลูชันเกี่ยวกับพวก Mobile Security แล้วกลุ่มเป้าหมายหลักก็จะเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับประกันภัย เพราะบริษัทเหล่านี้ต้องให้อุปกรณ์สมาร์ท ดีไวซ์ แก่ตัวแทนของพวกเขาออกไปทำหน้าที่ยังสถานที่ทำงานด้านนอก ซึ่งอุปกรณ์สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตก็จำเป็นจะต้องติดตั้งโซลูชันด้านความปลอดภัยด้วย หรือถ้าเป็นพวกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ Data Security กลุ่มเป้าหมายที่เราตั้งเป้าไว้ก็จะเป็นพวกเฮลท์แคร์ ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขเหล่านี้เรียกได้ว่ามีความเซนซิทีฟ (Sensitive) มาก ก็จำเป็นต้องใช้ระบบความปลอดภัยระดับสูง ซึ่งกลุ่มเฮลท์แคร์เป็นหนึ่งเป้าหมายที่เราโฟกัสด้วย หรือถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ Cyber Attack Security ก็จะโฟกัสไปยังกลุ่มที่เป็นธนาคารและหน่วยงานรัฐเป็นหลัก

25 ปีแห่งแรงบันดาลใจ
ปีนี้เรียกได้ว่าเป็นปีที่ 25 แล้วสำหรับ Trend Micro นับตั้งแต่ผู้ก่อตั้งได้รับแรงบันดาลใจที่ต้องการปกป้องโลกจากการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลดิจิตอล ซึ่ง Eva บอกว่าเป็นแรงขับอย่างแรงกล้าที่จะทำให้โลกของเรา Safe จากภัยที่เกิดจากผู้ไม่ประสงค์ดีทั้งหลาย ซึ่งเธอบอกว่าคำว่า Safe ได้ให้อะไรมากกว่าคำว่า Secure และก็เป็นสิ่งที่เธอภูมิใจมากที่ได้ร่วมต่อสู้กับแฮกเกอร์มาตลอดทั้ง 25 ปีนี้ด้วย

 

About Suwaschai Lee

บรรณาธิการนิตยสาร WindowsITPro, Facebook : @suwaschai, Twitter : @Suwaschai_ITPro, Website : www.windowsitpro.net และ www.etpnews.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง