แหม...ผมตอบให้เลยนะครับเรื่องกำลังส่งอ่ะครับ เห็นสับสนกันพอสมควรครับ กทช กำหนดให้ กำลังส่งที่ส่งออกมาจากอุปกรณ์รวมเสาอากาศ E.I.R.P ไม่เกิน 100mW
แต่ว่า AP ก่อนจะเข้าอุปกรณ์นั้น ส่วนใหญ่จะมี Loss อันเกิดมาจากสายอากาศ และหัว connector (โดยทฤษฏี สาย Low Loss อย่างดี สูญเสีย 0.5dBm ต่อเมตร, หัว connector 0.5 dBm ต่อข้อต่อ)
ฉะนั้นเมื่อใช้ AP 100 mW กำลังส่งจริงมันก็จะต่ำกว่า 100mW และเมื่อใช้ AP ที่มีกำลังส่งสูงกว่า 100mW มันก็จะลดลงครับ มาเท่ากับหรือ บวกลบนิดหน่อย 100mW
แล้วก็นำกำลังส่งจาก AP + Loss จากสายสัญญาณ + Loss จาก Conector ต่างๆ + Antenna Gain = E.I.R.P มีหน่วยเป็น dBm (ต้อง convert ให้กลายเป็น หน่วย mW)
สาเหตุที่ AP หลายๆยี่ห้อสามารถมีกำลังส่งได้สูงกว่า 100mW และสามารถนำเข้าไปขายใน ยุโรป ที่ใช้มาตรฐานเดียวกับบ้านเรานั้น (ETSI) ได้ก็ด้วยเหตุผลนี้ครับ
สรุปว่าเหตุที่กำลังส่งต้องสูงกว่า 100mW ก็สำหรับเผื่อ Loss ต่างๆเหล่านี้ครับผม

แหม...ผมตอบให้เลยนะครับเรื่องกำลังส่งอ่ะครับ เห็นสับสนกันพอสมควรครับ กทช กำหนดให้ กำลังส่งที่ส่งออกมาจากอุปกรณ์รวมเสาอากาศ E.I.R.P ไม่เกิน 100mW
แต่ว่า AP ก่อนจะเข้าอุปกรณ์นั้น ส่วนใหญ่จะมี Loss อันเกิดมาจากสายอากาศ และหัว connector (โดยทฤษฏี สาย Low Loss อย่างดี สูญเสีย 0.5dBm ต่อเมตร, หัว connector 0.5 dBm ต่อข้อต่อ)
ฉะนั้นเมื่อใช้ AP 100 mW กำลังส่งจริงมันก็จะต่ำกว่า 100mW และเมื่อใช้ AP ที่มีกำลังส่งสูงกว่า 100mW มันก็จะลดลงครับ มาเท่ากับหรือ บวกลบนิดหน่อย 100mW
แล้วก็นำกำลังส่งจาก AP + Loss จากสายสัญญาณ + Loss จาก Conector ต่างๆ + Antenna Gain = E.I.R.P มีหน่วยเป็น dBm (ต้อง convert ให้กลายเป็น หน่วย mW)
สาเหตุที่ AP หลายๆยี่ห้อสามารถมีกำลังส่งได้สูงกว่า 100mW และสามารถนำเข้าไปขายใน ยุโรป ที่ใช้มาตรฐานเดียวกับบ้านเรานั้น (ETSI) ได้ก็ด้วยเหตุผลนี้ครับ
สรุปว่าเหตุที่กำลังส่งต้องสูงกว่า 100mW ก็สำหรับเผื่อ Loss ต่างๆเหล่านี้ครับผม :D