กสทช. ระงับเบอร์ 3จีแก้เผ็ด "กสท" เบี้ยวหนี้


บอร์ดกสทช.สั่งระงับจัดสรรเลขหมายมือถือกว่า1.75 ส้านเบอร์ของกสท-ทรูมูฟ เอช ที่หวังใช้ทำตลาดครึ่งปีหลัง เหตุกสทเบี้ยวหนี้ค่าเบอร์ติดกัน 2 ด.

บอร์ดกสทช.สั่งระงับจัดสรรเลขหมายมือถือกว่า1.75 ส้านเบอร์ของกสท-ทรูมูฟ เอช ที่หวังใช้ทำตลาดครึ่งปีหลัง เหตุกสทเบี้ยวหนี้ค่าเบอร์ติดกัน 2 เดือนเป็นเงินร่วมกว่า 6 ล้านบาท ขณะที่ "กิตติศักดิ์"ก้มหน้ารับโปรเจค"มาย"ถังแตกไม่มีเงินขยายโครงข่าย ทำตลาด-โฆษณาเพิ่ม อ้างงบทุกอย่างโดนสศช.ตีกลับกว่า 12,000 ล้านบาท

นายดิเรก เจริญผล ประธานคณะอนุกรรมการจัดสรรเลขหมายโทรคมนาคม ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า คณะอนุฯเพิ่งได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช.ว่า ห้ามมิให้มีการจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์มือถือให้แก่บมจ.กสท โทรคมนาคม สำหรับใช้ทำตลาดโครงการ 3จีเอชเอสพีเอ ระหว่างกสท และบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น แม้ว่าก่อนหน้านี้ คณะอนุฯจะเห็นชอบจัดสรรเลขหมายให้แล้วก็ตาม

โดยสาเหตุเนื่องจาก กสทผู้ที่มีหน้าที่ขอรับจัดสรรจากกสทช.ในการทำตลาด 3จีดังกล่าว ได้ค้างจ่ายค่าธรรมเนียมเลขหมายเป็นจำนวน 2 เดือน จำนวน 1.75 ล้านเลขหมายๆละ 2 บาท โดยค้างชำระรวมเป็นเงิน 6 ล้านบาท ซึ่งได้ครบงวดบิลไปเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กสทได้ยืนขอทำรับเลขหมายในการทำตลาด 3จีในแบรนด์ มาย ที่กสททำตลาดเอง และขอรับจัดสรรให้แก่ทรูฯผู้ทำตลาดทรูมูฟ เอชทั้งปี 2555 เป็นจำนวน 5.5 ล้านเลขหมาย ซึ่งสอดคล้องกับการตั้งเป้าของมายที่คาดว่าจะมีลูกค้าสิ้นปีที่ 6 แสนราย ส่วนทรูมูฟ เอช ตั้งเป้าลูกค้าที่ 4 ล้านราย

อย่างไรก็ดี คณะอนุฯจัดสรรเลขหมาย ได้พิจารณาตามคำขอแล้ว แต่อนุมัติให้เลขหมายเพียง 3.5 ล้านเลขหมาย แบ่งจ่ายเพื่อใช้ในการทำตลาดปีละ 2 ครั้ง แบ่งเป็นทุกๆ 6 เดือน คิดเป็นครั้งละ 1.75 ล้านเลขหมาย ซึ่งพอครบเดือนเม.ย.ที่ผ่าน กสทกลับไม่ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมเลขหมาย จำนวน 1.75 ล้านเลขหมาย ที่กสทช.อนุมัติให้ทำตลาดไปในครึ่งปีแรก ทำให้ครึ่งปีหสังที่เหลือบอร์ดจึงลงมติไม่อนุมัติเลขหมายให้เพิ่มเติม และอาจจะเรียกเลขหมายที่ให้ไปกลับด้วย

"ในส่วนของคณะอนุฯไม่ได้มีปัญหาอะไร เราจัดสรรให้ตามที่ได้มีมติอนุมัติ แต่บอร์ดเห็นว่า เมื่อกสท ในฐานะผู้รับใบอนุญาต ดังนั้น จึงเป็นลูกค้าโดยตรงไม่ยอมจ่ายค่าเบอร์ เราจึงต้องระงับเลขหมายที่เอกชนขอมาทำตลาดครึ่งปีหลังเอาไว้ก่อน"

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ว่า จากกรณีที่กสท ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อขอหารือถึงหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติด้านงบประมาณในการดำเนินธุรกิจ และการให้บริการโทรศัพท์มือถือเพื่อให้บริการ3 จี เอชเอสพีเอเป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น ขณะนี้สศช.ได้ทำหนังสือตอบกลับมายังกสทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดย สศช เห็นควรให้กสท รอความชัดเจน จากกระทรวงการคลัง ว่า การทำสัญญาธุรกิจโทรศัพท์มือถือเพื่อให้บริการ 3จีกับกลุ่มทรูฯ นั้นเข้าข่ายพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน)หรือไม่ รวมถึงรอความชัดเจนจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่กำลังตรวจสอบว่าการทำสัญญานั้น เป็นไปตามมาตรา 46 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อความรอบคอบและโปร่งใสในการดำเนินงาน รวมถึงการเบิกจ่ายเงินตามโครงการดังกล่าวด้วย

นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่กสทต้องหารือกับสศช.เนื่องจากกสทมีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระค่าเลขหมาย ที่ปัจจุบันได้ค้างชำระมาแล้ว 2 เดือน และหากยังคงค้างชำระอย่างต่อเนื่อง กสทจะถูกปรับและจะไม่ได้รับการจัดสรรเลขหมายไปจนกว่าจะชำระค่าเลขหมาย ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อการทำธุรกิจได้

รวมถึงค่าเชื่อมต่อใช้โครงข่ายโทรคมนาคมหรือค่าไอซี ค่าเช่าโครงข่ายโทรคมนาคม ซึ่งนับตั้งแต่ได้ลงนามในสัญญาไปเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2554 จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการชำระค่าใช้จ่ายหรือการจ่ายเงินระหว่างกันแต่อย่างใด

ทั้งนี้ สาเหตุที่กสท ไม่มีเงินชำระหนี้ต่างๆนั้น เนื่องจากโครงการดังกล่าวยังไม่ผ่านการเห็นชอบจากกระทรวงไอซีที สศช.และครม.แต่อย่างใด จากเดิมกสท ได้เสนอให้กระทรวงไอซีที ให้พิจารณาวงเงนลงทุน

สำหรับโครงการ3จี คิดเป็นเงิน 12,500 ล้านบาท แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทำให้กระทรวงไอซีที ได้ส่งเรื่องกลับมายังกสทให้ทบทวนใหม่ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอกลับไปยังกระทรวงไอซีที ทำให้ สศช.ไม่สามารถอนุมัติให้มีการใข้งบประมาณเป็นกรณีเร่งด่วนได้