‘เน็ตบุ๊ก’ สูญพันธุ์?



* “เน็ตบุ๊ก” ถูกกระชับพื้นที่หนักรับปี 2555

* ค่ายผู้ผลิตถอดใจลุยอัลตร้าบุ๊ก-แท็บเลตแทน

* ราคา-สีสันแปลกใหม่ ทางรอดที่ต้องพิสูจน์

ขณะที่ “แท็บเลต” และ “อัลตร้าบุ๊ก” กลายเป็นสินค้าไฮไลต์เด่นที่น่าจับตามองมากที่สุดในปีมังกรทอง ทว่า “เน็ตบุ๊ก” กลับเป็นสินค้าที่กำลังไร้ที่ยืนในตลาด ทั้งๆ ที่เพิ่งจะแจ้งเกิดได้ไม่นาน ซ้ำร้ายไปกว่านั้นผู้บริโภคอีกจำนวนมากก็ยังไม่รู้จักเจ้าอุปกรณ์ไฮเทคที่ว่านี้ด้วยซ้ำ

ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า ในปี 2555 นี้ จะเห็นผลิตภัณฑ์เน็ตบุ๊กถูกกระชับพื้นที่ให้แคบลงเรื่อยๆ และอาจถึงขั้นสูญเสียพื้นที่ในที่สุด

หากเทียบเน็ตบุ๊กกับวงจรผลิตภัณฑ์ ถือได้ว่ายังไม่ถึงขั้นเจริญเติบโตเต็มที่ และจะว่าไปแล้ว ยังไม่ได้แจ้งเกิดในตลาดอย่างเต็มตัวด้วยซ้ำ เพราะช่วง 2-3 ปีก่อนที่เน็ตบุ๊กกำลังปูพรมสร้างกระแสในตลาด เพียงระยะเวลาไม่นานก็ถูกแท็บเลตกลบรัศมีความดังจนเดี้ยง

ไม่เท่านั้น กลางปีที่ผ่านมา ยังต้องเผชิญกับการมาของอัลตร้าบุ๊ก แม้จะไม่ได้เข้ามาชนโดยตรง แต่ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ใกล้เคียงกัน ทั้งเล็กและเบา ทำให้ผู้บริโภคแทบจะลืมเลือนเน็ตบุ๊กกันไปเลย

“เน็ตบุ๊กจะเล็กลงเรื่อยๆ และสุดท้ายจะหายไปจากตลาด เพราะการมาของอัลตร้าบุ๊กทำให้หลายคนหวั่นไหว เนื่องจากราคาอยู่ในระดับที่สามารถเป็นเจ้าของได้”

เป็นคำกล่าวของ ประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช รองผู้จัดการทั่วไปและผู้อำนวยการฝ่ายนิวมีเดีย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ถึงอนาคตของเน็ตบุ๊ก

ขณะที่ เอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ฟังก์ชั่นการใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งโน้ตบุ๊ก และแท็บเลต ที่ใกล้เคียงกันมาก จะส่งผลให้ตลาดเบลอ และบังคับให้เน็ตบุ๊กต้องสร้างฟีเจอร์ใหม่เพิ่มขึ้น พร้อมเชื่อว่าในปี 2556 สัดส่วนเน็ตบุ๊กจะลดลงเรื่อยๆ จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 5-7% ของตลาดโน้ตบุ๊กรวม 2.2 ล้านเครื่อง

ฟาก นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด มองว่า ขนาดตลาดเน็ตบุ๊กคงไม่เติบโต แต่ก็จะไม่เล็กไปกว่านี้ โดยเชื่อว่าจะครองสัดส่วนประมาณ 5-7% เช่นนี้ต่อไป เนื่องจากผู้บริโภครับรู้แล้วว่าเน็ตบุ๊กเป็นคอมพิวเตอร์สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ราคาย่อมเยา อีกทั้งปีนี้จะได้เห็นบางแบรนด์เลิกทำตลาด ส่งผลให้ผู้เล่นมีความคุ้มค่าในการทำตลาดมากขึ้น

ส่วนการสร้างฟีเจอร์ใหม่เพื่อสร้างความแตกต่างให้สินค้า นิธิพัทธ์ กลับไม่เห็นด้วย เพราะอาจทำให้ราคาขยับสูงขึ้น และไปทับซ้อนกับอัลตร้าบุ๊ก ในทางกลับกัน มองว่าควรจะแข่งกันด้วยราคา และแฟชั่นเป็นหลัก เนื่องจากเน็ตบุ๊กถูกวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เป็นโน้ตบุ๊กสำหรับผู้ใช้เริ่มต้น หรือโน้ตบุ๊กเครื่องแรก ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับประเทศอินโดนีเซียที่มียอดขายเน็ตบุ๊กแซงหน้าโน้ตบุ๊ก

อีกสาเหตุที่ทำให้อินโดนีเซียมียอดขายเน็ตบุ๊กเติบโต มาจากการไม่ได้แยกเซกเมนต์ตลาดชัดเจนว่าเป็นโน้ตบุ๊ก หรือเน็ตบุ๊ก รวมถึงราคาเดสก์ทอป รวมจอ สูงกว่าเน็ตบุ๊กมาก สวนทางกับตลาดเมืองไทย ที่มีการแยกตลาดชัดเจน อีกทั้งราคาของเดสก์ท็อป โน้ตบุ๊ก และเน็ตบุ๊ก แทบจะไม่ต่างกันมากนัก

สำหรับการทำตลาดเน็ตบุ๊กของเอเซอร์ในปีนี้ จะมีสินค้าใหม่ออกมาทำตลาดต่อเนื่อง 3 รุ่น โดยจะเน้นสีสัน ลวดลายแนวแฟชั่น เพื่อเจาะกลุ่มนักศึกษา ในระดับราคา 9,000-10,000 บาท พร้อมตั้งเป้าสามารถครองส่วนแบ่งตลาด 5-10% ของตลาดเน็ตบุ๊ก

สอดคล้องกับ พรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เห็นว่า ตลาดเน็ตบุ๊กปีนี้ไม่น่าจะหดตัวลง ขณะเดียวกันก็จะไม่ขยายตัวจากปีที่ผ่านมาเช่นกัน โดยข้อมูลจีเอฟเค ระบุตัวเลขส่วนแบ่งตลาดเน็ตบุ๊กในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 7-8% ของตลาดรวมโน้ตบุ๊ก 2.2 ล้านเครื่อง โดยเป็นผลมาจากการเติบโตของแท็บเลต และราคาโน้ตบุ๊กที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง

“การเข้ามาของอัลตร้าบุ๊ก ไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะคนละกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นนักธุรกิจเป็นหลัก อีกทั้งราคายังอยู่ในระดับ 30,000 บาทขึ้นไป”

เป้าหมายในตลาดเน็ตบุ๊กของอัสซุสในปี 2555 ยังคงมุ่งรักษาอัตราการเติบโตของส่วนแบ่งตลาดที่มีอยู่ประมาณ 18% ไว้ให้ได้ โดยการทำตลาดจะเน้นส่งสินค้าใหม่เข้าตลาดต่อเนื่อง 5 รุ่น ทั้งยังออกแบบให้มีความบางใกล้เคียงกับอัลตร้าบุ๊ก และสวยงามมากขึ้น ตลอดจนยังมีสีสัน และซีพียูให้เลือกเพิ่มขึ้นด้วย

“ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาโน้ตบุ๊กมีการขยับตัวหลายอย่าง ทำให้เน็ตบุ๊กต้องขยับตามด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ลูกค้า และเทรนด์ที่เปลี่ยนไป”



อัลตร้าบุ๊กจุดเปลี่ยนตลาดโน้ตบุ๊ก

การที่ “เน็ตบุ๊ก” จะสูญพันธุ์ไปจากตลาด ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการคาดการณ์ว่า “อัลตร้าบุ๊ก” จะเป็นตัวชูโรงพระเอกของปีนี้ และจากการที่อัลตร้าบุ๊กมีขนาดที่บางเบาพัฒนาจากคอนเซ็ปต์ของเน็ตบุ๊ก แต่มีประสิทธิภาพการใช้งานมากมายกว่า จึงน่าจะกลายเป็นเสมือนเพชฌฆาตเน็ตบุ๊ก

“อัลตร้าบุ๊กถือเป็นจุดเปลี่ยนของโน้ตบุ๊ก” เอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกและว่า

ในปี 2555 ถือเป็นจุดเริ่มต้น โดยจะเป็นปีที่เริ่มเห็นอัลตร้าบุ๊กในรูปแบบหลากหลายขึ้น เช่น สไลด์เป็นแท็บเลต มัลติทัช ดีไวซ์ และจีพีเอสในตัว เป็นต้น และในปี 2556 จะกินส่วนแบ่งตลาดถึง 40% ของตลาดโน้ตบุ๊กรวม

สอดคล้องกับ ประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช รองผู้จัดการทั่วไปและผู้อำนวยการฝ่ายนิวมีเดีย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ที่มองว่า อัลตร้าบุ๊ก ถือเป็นการต่ออายุให้กับโน้ตบุ๊ก ซึ่งช่วงแรกเกิดมาเพื่อจะเข้ามากินส่วนแบ่งตลาดของแมคบุ๊ก ที่ครองตลาดนี้สูงถึง 70%

ไม่ต่างจาก ไอดีซี ที่ประเมินว่า ผลิตภัณฑ์อัลตร้าบุ๊ก จะช่วยปลุกกระแสความสนใจของโน้ตบุ๊กขนาดบาง ซึ่งคาดว่าภายในปี 2015 จะมีผู้ใช้งานสูงถึง 95 ล้านเครื่องต่อปี

ขณะที่ ปวิณ วรพฤกษ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า อัลตร้าบุ๊กยังไม่เข้ามาแทนที่โน้ตบุ๊กในวันนี้ แต่อนาคตไม่แน่ เพราะนอกจากจะตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคทั้งในเรื่องความบาง และการใช้งานแล้ว ราคาของเครื่องที่ถูกลงจากเดิม ยังเป็นตัวเร่งให้ตลาดเติบโตมากขึ้นด้วย

ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์มีมุมมองที่ตรงกันว่า อัลตร้าบุ๊ก ถือเป็นเซกเมนต์ใหม่ เนื่องจากทุกแบรนด์เพิ่งเริ่มเข้ามาทำตลาด แต่ในขณะเดียวกัน หากพิจารณาขนาดและราคา อาจจัดอยู่ในเซกเมนต์เดียวกับโน้ตบุ๊กไฮเอนด์ได้เช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น ถ้าสังเกตดีไซน์และสเปกเครื่องที่แทบจะไม่แตกต่างกันกับแมคบุ๊ก ดูเหมือนว่าจะเป็นการแต่งตัวลงมาชนกับกลุ่มนี้ ที่กินตลาดเงียบๆ มานานอีกด้วย